แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 82
1  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / 15 คำอวยพรสำหรับเทศกาลคริสต์มาส เมื่อ: ธันวาคม 20, 2014, 09:47:07 AM
 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
                                                     15 คำอวยพรสำหรับเทศกาลคริสต์มาส

กระปุกดอทคอม
Alan Petervich
22 ธันวาคม 2014

                                                  

                                                            ][URL=http://s929.photobucket.com/user/peter_vich/media/ChristmasGreeting.gif.html][IMG]][/url]


                                    


         เมื่อเดือนธันวาคมมาถึง ดูเหมือนว่าชาวคริสต์ทั่วโลกจะมีชีวิตชีวากันเป็นพิเศษ ก็แหงล่ะ หลาย ๆ คนอุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตารอคริสต์มาสและปีใหม่ คืนปาร์ตี้ท่ามกลางอากาศเย็นสบายกันมาทั้งปีกันเลยนี่นา และในช่วงที่เทศกาลคริสต์มาสกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะเตรียมตัวหาของขวัญมอบให้แด่กันและกันบ้างแล้ว และบางคนก็อาจมีการ์ดในมือเตรียมไว้สำหรับเขียนถ้อยคำอวยพรแสนพิเศษให้กับคนรอบข้างแล้ว แต่ไม่รู้จะขีดเขียนอะไรลงไปในนั้น วันนี้ กระปุกดอทคอมเลยสรรหาคำอวยพรในเทศกาลคริสต์มาสมาฝากกันค่ะ

          May Peace be your gift at Christmas and your blessing all year through!
          ขอให้มีความสงบสุขเป็นของขวัญในวันคริสต์มาส และให้พรที่คุณขอนั้นเป็นจริง

           May the spirit of Christmas bring you peace,
          The gladness of Christmas give you hope,
          The warmth of Christmas grant you love.
          ขอให้จิตวิญญาณของคริสต์มาสนำความสงบสุขมาสู่คุณ
          ขอให้ความสุขของคริสต์มาสมอบความปรารถนาแด่คุณ
          ขอให้ความอบอุ่นของคริสต์มาสให้ความรักกับคุณ

          May this Christmas end the present year
          on a cheerful note and make way
          for a fresh and bright new year.
          Here's wishing you a
          Merry Christmas and a Happy New Year!
          ขอให้คริสต์มาสนี้ทำให้ปีนี้ผ่านพ้นไปอย่างมีความสุข
          และนำทางสู่ปีใหม่ที่มีชีวิตชีวาและสดใส
          สุขสันต์วันคริสต์มาส และสุขสันต์วันปีใหม่

          Faith makes all things possible,
          Hope makes all things work,
          Love makes all things beautiful,
          May you have all the three for this Christmas.
          ความเชื่อทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้
          ความหวังทำให้ทุกสิ่งเป็นรูปเป็นร่าง
          ความรักทำให้ทุกสิ่งงดงาม
          ขอให้คุณมีทั้งสามสิ่งนี้ในวันคริสต์มาส

          May this Christmas be so special
          that you never ever feel lonely again
          and be surrounded by loved ones throughout!
          ขอให้คริสต์มาสนี้เป็นคริสต์มาสที่พิเศษสุด ๆ
          ที่คุณจะไม่รู้สึกเหงาอีกครั้ง
          และขอให้คุณได้อยู่ท่ามกลางคนที่คุณรัก

          May the joy and peace of Christmas
          be with you all through the Year.
          ขอให้ความสุขสันต์ และความสงบในวันคริสต์มาส
          อยู่กับคุณไปตลอดปี

          I hope you have a wonderful christmas
          have a great new year !
          Hopefully santa will be extra good to you .
          ขอให้คุณมีวันคริสต์มาสสุดวิเศษ
          มีปีใหม่ที่ดี และหวังว่าซานตาครอสจะมอบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้คุณ

          Christmas is forever, not for just one day,
          for loving, sharing, giving, are not to put away
          like bells and lights and tinsel, in some box upon a shelf.
          The good you do for others is good you do yourself...
          คริสต์มาสเกิดขึ้นได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่เพียงวันเดียว
          สำหรับการให้ความรัก การแบ่งปัน การมอบสิ่งดี ๆ ไม่ควรจะสิ้นสุด
          เหมือนกับระฆัง ไฟ และของประดับ ในกล่องที่วางไว้บนชั้น
          สิ่งดี ๆ ที่คุณทำเพื่อคนอื่นก็คือสิ่งดี ๆ ที่คุณทำมันด้วยตัวเอง

           I wish we could put up some of the Christmas spirit in jars and open a jar of it every month.  ~Harlan Miller
          ขอให้ทุกคนใส่ความตั้งใจในวันคริสต์มาสลงในขวดโหล และเปิดขวดโหลแห่งความตั้งใจนั้นทุก ๆ เดือน

          Health, Peace, and sweet content be yours. ~ Shakespeare
          ขอให้คุณมีสุขภาพดี มีความสงบทางใจ และพบเจอแต่ความสุขในชีวิต

          Peace on earth will come to stay, When we live Christmas every day. ~ Helen Steiner Rice
          ความสงบสุขบนโลกจะเกิดขึ้นไม่มีสิ้นสุด เมื่อเราทำให้ทุก ๆ วันเป็นวันคริสต์มาส

          The best of all gifts around any Christmas tree:
          the presence of a happy family all wrapped up in each other. ~ Burton Hillis
          ของขวัญที่พิเศษที่สุดกว่าของขวัญที่อยู่รอบ ๆ ต้นคริสต์มาส
          คือ การมีครอบครัวสุขสันต์ที่ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น

          Christmas day is a day of joy and charity.
          May God make you very rich in both. ~ Phillips Brooks
          วันคริสต์มาสเป็นวันแห่งความสุขสันต์ และการแบ่งปัน
          ขอพระเจ้าดลบันดาลให้คุณสุขสันต์และแบ่งปันกันให้มากที่สุด

          There's nothing sadder in this world than to awake Christmas morning and not be a child.  ~Erma Bombeck
          บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่เศร้าไปกว่าการที่ตื่นขึ้นมาในวันคริสต์มาสแล้วไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นเด็ก

          Keep your Christmas-heart open all the year round.
          ขอให้หัวใจของคริสต์มาสเปิดอ้าอยู่อย่างนั้นตลอดปี

          May the Lord rekindle the flame within us.
          ขอให้พระผู้เป็นเจ้าจุดไฟในตัวเราอีกครั้งหนึ่ง        

          และนั่นก็คือหลากหลายคำอวยพรสำหรับวันคริสต์มาสที่นำมาฝากกันวันนี้ ให้เป็นไอเดียในการนำไปประยุกต์เรียบเรียงถ้อยคำอวยพรส่งถึงคนที่คุณรักดู และในโอกาสนี้ กระปุกดอทคอมเองก็ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขสดใสทั้งในเทศกาลคริสต์มาสและในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ด้วยนะคะ สุขสันต์วันคริสต์มาสและปีใหม่จ้า

          Credit  :  Kapook.com
2  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / “ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์” เขียน จม.ถึงสื่อ ขอบคุณ-ขอปฏิบัติธรรมในบ้านอย่างสงบ เมื่อ: ธันวาคม 18, 2014, 12:20:08 AM
 ยิ้มกว้างๆ
                                                        “ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์” เขียน จม.ถึงสื่อ ขอบคุณ-ขอปฏิบัติธรรมในบ้านอย่างสงบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์        
17 ธันวาคม 2557 18:33 น.

                                                        http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000144973

        “พล.ต.หญิงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์” เขียนจดหมายด้วยลายมือถึงสื่อมวลชนที่รอทำข่าวหน้าบ้านพักในราชบุรี ขอบคุณที่ห่วงใยคอยติดตาม แต่ขอความกรุณาช่วงนี้ขอปฏิบัติธรรมอยู่เงียบๆ พร้อมครอบครัว ด้านเจ้าหน้าที่ย้ายป้อมรักษาการณ์ตั้งตรงข้ามบ้านพัก
       
          วันนี้ (17 ธ.ค.) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ แก้วผลน้อย รักษาราชการแทน ผกก.สภ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ได้นำหนังสือที่เขียนด้วยลายมือของ พล.ต.หญิงท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี มามอบให้แก่สื่อมวลชนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าบ้านพัก เลขที่ 149 หมู่ 6 ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี หรือที่เรียกว่าบ้านสุวะดี มีใจความว่า “เราขอขอบพระคุณผู้สื่อข่าวทุกท่าน ที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใย คอยติดตามมาเสมอ เราขอความกรุณาผู้สื่อข่าวทุกท่านด้วย ช่วงนี้เราขออยู่ปฏิบัติธรรมเงียบๆ ในบ้านหลังนี้ พร้อมครอบครัวด้วยความสงบค่ะ ศรีรัศมิ์ 17 ธ.ค. 57”
       
          พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ แจ้งว่า จะนำหนังสือฉบับนี้ติดไว้ที่ประตูบ้านสุวะดี เพื่อแจ้งให้สื่อมวลชนทุกแขนงทราบและปฏิบัติตามต่อไป
       
          ส่วนบรรยากาศที่หน้าบ้านสุวะดี วันนี้ ยังคงมีกองทัพสื่อมวลชนทั้งในพื้นที่และส่วนกลางจากหลายสำนัก เฝ้าติดตามรอรายงานสถานการณ์ตลอดทั้งวัน โดยพบว่ายังเป็นปกติทั่วไปเหมือนวันที่ผ่านๆ มา มีเพียงเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำกล่องพัสดุแบบอีเอ็มเอสมาส่งมอบให้คนในบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดเพลง ผลัดใหม่ได้เข้ามาเปลี่ยนเวรจากผลัดเดิมเท่านั้น
       
          นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้นำรถบรรทุกดิน 4 - 5 คัน มาเทถมบริเวณริมถนนฝั่งตรงข้ามเยื้องบ้านพักเล็กน้อย ซึ่งได้รับคำตอบว่า เตรียมจะก่อสร้างเป็นป้อมรักษาการณ์ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดเพลงและเจ้าหน้าที่ อบต.วัดเพลงได้นำรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก บรรทุกป้อมรับแจ้งเหตุขนาด 3 X 3 เมตร ที่รื้อออกจากหน้าบ้านสุวะดีมาติดตั้งในพื้นที่ดังกล่าว

          Credit :  ASTV  ผู้จัดการ ออนไลน์



3  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / เกร็ดความรู้จากราชกิจจาฯ กรณีลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 08:03:00 AM
 ยิ้มกว้างๆ
                                                                     เกร็ดความรู้จากราชกิจจาฯ กรณีลาออกจากฐานันดรศักดิ์

Krapook.com
15 ธันวาคม 2014

เผยเกร็ดความรู้จากราชกิจจานุเบกษา ที่อธิบายถึงกรณีการลาออกจากฐานันดรศักดิ์ของเจ้านายฯ ว่าด้วยเรื่องพระยศ และคำนำหน้าที่ถูกต้อง
 
            จากข่าว พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ โดยปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557

            กรณีดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนอาจได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายฯ ผู้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ อย่างไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงตามธรรมเนียมราชสำนักไทย ทั้งในเรื่องของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งฐานันดรศักดิ์ คำนำหน้านาม

            ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2557 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Champ Vijitakula ซึ่งเป็น Project Executive Officer สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงได้โพสต์เกร็ดความรู้จากราชกิจจานุเบกษา ว่าด้วยเรื่องของพระยศ คำนำหน้านาม จากกรณีเจ้านายฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง

            โดยประเด็นสำคัญคือ กรณี พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ แต่เคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า ดังนั้น จึงมีคำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์นั้น พระชาติกำเนิดเดิมเป็นสามัญชน ดังนั้น จึงไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ในการพูดคุย

            ส่วนกรณีการแจ้งทะเบียนในการทำบัตรประชาชนนั้น สุดแท้แต่ความประสงค์ของสตรีผู้นั้นว่าจะใช้คำว่าอะไร เช่น หากเป็น "คุณหญิง" จะประสงค์แจ้งแก่นายทะเบียนว่า "นาง" หรือ "นางสาว" ก็สามารถกระทำได้ ซึ่งในกรณีนี้ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ประสงค์ใช้คำนำหน้านามว่า "นางสาว"

            สำหรับประเด็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น จะต้องมีพระบรมราชโองการให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันไม่เกี่ยวข้องกับการลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ซึ่งหากจะมีพระบรมราชโองการดังกล่าว ก็สุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ...

            เกร็ดความรู้จากราชกิจจานุเบกษา กรณีลาออกจากฐานันดรศักดิ์

            กับเกร็ดความรู้ จาก ราชกิจจานุเบกษา ที่ ขออนุญาต นำมาจาก ที่มีการแชร์ลิงก์กันมา จากผู้รู้อ่านแล้วได้ความรู้ ว่าด้วยเรื่องของพระยศ คำนำหน้านาม จากกรณีเจ้านายฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

            เนื่องจากหลาย ๆ สื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายฯ ผู้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ โดยสื่อเหล่านั้นนำมาจากไลน์ ซึ่งเขียนขึ้นอย่างขาดความรู้ และไม่ตรงกับความเป็นจริงตามธรรมเนียมราชสำนักไทย จึงขอเขียนอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องดังนี้

            1. เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า

            เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยสำหรับฝ่ายใน มีทั้งหมด ๕ ตรา คือ ปฐมจุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้า และจตุถจุลจอมเกล้า โดยมีการกำหนดคำนำหน้านามสตรีไว้ดังนี้ (แบบหลังการยกเลิกพระราชทานบรรดาศักดิ)

             สตรีสามัญชนที่สมรสหรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ชั้นจตุถจุลจอมเกล้า ขึ้นไปถึง ทุติยจุลจอมเกล้า มีคำนำหน้านามว่า "คุณหญิง" เช่น คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นต้น

             สตรีสามัญชนที่สมรส หรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถึงปฐมจุลจอมเกล้า มีคำนำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" เช่น ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย เป็นต้น

             สตรีสามัญชนที่มิได้สมรส หากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใดก็ตาม ก็จะมีคำหน้านามว่า "คุณ" เช่น คุณจันทนี ธนรักษ์ คุณทวี มณีนุช เป็นต้น

            ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การเป็นคุณหญิง หรือ ท่านผู้หญิง ต้องแต่งงาน หรือเคยแต่งงานมาก่อน

             พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใดก็ตาม หากสมรสก็ไม่ต้องเปลี่ยนเป็น คุณหญิง ท่านผู้หญิง เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร เป็นต้น

             สตรีที่เป็นราชนิกุล ชั้นหม่อมหลวง หม่อมราชวงศ์ ที่สมรสแล้วหรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ ชั้นจตุถจุลจอมเกล้าถึงทุติยจุลจอมเกล้า (เป็นคุณหญิง) ไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต หม่อมราชวงศ์ ดัจฉราพิมล ตุงคนาค เป็นต้น

             สตรีที่เป็นราชนิกุล ชั้นหม่อมหลวง หม่อมราชวงศ์ ที่สมรสแล้วหรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถึงชั้นปฐมจุลจอมเกล้า (เป็นท่านผู้หญิง) เปลียนคำนำหน้านามเป็น ท่านผู้หญิง เช่น ท่านผู้หญิงเหมือนจิต ภิรมย์ภักดี (หม่อมราชวงศ์เหมือนจิต ประวิตร ภิรมย์ภักดี) ท่านผู้หญิงสารภี มิ่งเมือง (หม่อมหลวงสารภี สนิทวงศ์ มิ่งเมือง)

             สตรีที่เป็นหม่อมห้ามพระราชวงศ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใด ไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นต้น

             พระราชวงศ์ฝ่ายใน ที่กราบบังคมทูลพระกรุณา ลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรส ให้ใช้คำนำหน้านามว่า นาง เช่น นางปัทมนรังสี เสนาณรงค์ (หม่อมเจ้าปัทมนรังสี เสนาณรงค์) หากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นใด ก็ให้ใช้คำนำหน้านามเหมือนสามัญชน เช่น คุณหญิงรังษีนภดล สนิทวงศ์ (หม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล) ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร (หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล - นางพันธุ์สวลี กิติยากร - คุณหญิงพันธุ์สวลี กิติยากร)

            2. กรณีพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์

             หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 ในโอกาสวันฉัตรมงคล

             ต่อมาเมื่อหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา มีครรภ์พระกุมารในสมเด็จพระบรมฯ ขณะนั้น มีพระราชดำริ พระราชทานอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า แก่พระกุมารที่ประสูติมานั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา หม่อมศรีรัศมิ มหิดล ณ อยุธยา ป.จ. ขึ้นเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ มีลำดับโปเจียมเป็นที่หนึ่ง ของบรรดาพระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าทุกพระองค์ และได้รับพระราชทานพระยศทหารเป็นพลตรีหญิง ในเวลาต่อมา

             ต่อมา เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ คือทรงหย่า ดังนั้นถือเป็นสามัญชน มีชื่อว่า พลตรีหญิง (นาง) ศรีรัศมิ์ สุวะดี (อันเป็นนามสกุลเดิมก่อนจะใช้นามสกุลพระราชทาน) แต่ด้วยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า จึงมีคำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" โดยอัตโนมัติ

            อีกประการหนึ่ง มีผู้ถามว่า ต้องใช้ราชาศัพท์เป็นการถวายพระเกียรติท่านผู้หญิงหรือไม่ ก็อาจจะตอบได้ว่า หากเป็นผู้ที่มี "สกุลยศ" (ยศแต่กำเนิด) เดิมเป็นเจ้า ก็นิยมใช้ราชาศัพท์ เช่น ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี เป็นหม่อมเจ้าหญิงมาก่อน เวลาทูลอะไรก็นิยมใช้ราชาศัพท์ ถวายพระเกียรติแด่พระชาติกำเนิดก่อนทรงลาออกเป็นต้น แต่สำหรับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์นั้น พระชาติกำเนิดเดิมเป็นสามัญชน ดังนั้น จึงไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ในการพูดคุย

            เพิ่มเติมอีกนิด การที่สตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ จะแจ้งแก่นายทะเบียนว่าจะให้ตนเองมีคำนำหน้านามอย่างไร สุดแต่ความประสงค์ของสตรีผู้นั้น เช่น เป็นคุณหญิง แต่ประสงค์ที่จะแจ้งแก่นายทะเบียนผู้ทำบัตรประชาชนว่า "นาง" ย่อมทำได้ เป็นต้น

            ส่วนสำหรับการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องมีพระบรมราชโองการให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันไม่เกี่ยวข้องกับการลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ซึ่งหากจะมีพระบรมราชโองการดังกล่าว ก็สุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ...

            ในกรณีสตรีผู้สมรสแล้ว หรือ เลิกการสมรสแล้ว จะมีความประสงค์จะใช้คำนำหน้านามว่า นางสาว หรือนาง ก็แล้วแต่ความประสงค์ ตามพระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง ปี 2557


***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 12.22 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2557
4  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / พระสิริโฉมงดงาม "พระองค์หญิงสิริวรรณ" ฉายพระรูปขึ้นปกนิตยสาร ฮาร์เปอร์ เมื่อ: ธันวาคม 15, 2014, 07:57:12 PM
 ยิ้มกว้างๆ
                                                       พระสิริโฉมงดงาม "พระองค์หญิงสิริวรรณ" ฉายพระรูปขึ้นปกนิตยสาร ฮาร์เปอร์

ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 ธันวาคม 2557 12:50 น.


                                            http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9570000143742

        นิตยสารฮาร์เปอรส์ บาซาร์ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงประทานสัมภาษณ์และฉายพระรูป ณ พระราชวังฟงแตนโบล (Chateau de Fontainebleau) สถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส มาแต่ครั้งบรรพกาล HRH Princess Sirivannavari Nariratana graces the cover of Harper's Bazaar Thailand December 2014
       
        โดยแฟชั่นเซตในของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ฉลองพระองค์แบรนด์ระดับโอต์กูตูร์ ทั้ง Chyanel Haute Couture, Dior Haute Couture, Valentino, Elie Saab

         Credit  :  ASTV  ผู้จัดการ ออนไลน์
 
5  General Category / คาทอลิกไทยเฝ้าระวัง / พริตตี้ กับรอยสัก เมื่อ: ธันวาคม 15, 2014, 07:31:26 PM
 ยิ้มกว้างๆ
                                                                                             พริตตี้ กับรอยสัก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์        
15 ธันวาคม 2557 16:28 น.

       ไปกันใหญ่แล้ว  วงการสาวสวยโฆษณายานยนต์ประเภทต่างๆในงานนิทรรศการยานยนต์ ที่เรียกกันสั้นๆว่า พริตตี้   พริตตี้ที่ว่านี้คือใครและสำคัญอย่างไร อ่านดูได้เลยครับ  ข้อมูลดึงมาจากหลายแหล่ง  ขอบคุณแหล่งข้อมูลตางๆด้วยนะครับ

       พริตตี้ (pretty) หรือ บูธเบบ (booth babe) หรือ อิเบะคอน (ญี่ปุ่น: イベコン ?) เป็นพนักงานขาย (ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง) ในประเทศญี่ปุ่นจะเรียกว่า อิเบะคอน (イベコン) ซึ่งย่อมาจาก อีเวนต์คอมพาเนียน (イベントコンパニオン)
จะเน้นการเป็นนางแบบในลักษณะการออกบูธจัดงานแสดงสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานมอเตอร์โชว์


ย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน 'โตโยต้า' คือค่ายรถยนต์ค่ายแรก ที่นำ 'พริตตี้' มาเป็นกลยุทธ์เรียกความสนใจ โดยให้สาวๆ หน้าตาน่ารัก มาคอยยืนให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับรถ ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในแง่ของการดึงความสนใจ เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของรถก็คือลูกค้าที่เป็นผู้ชาย
      
ด้วยเหตุนี้ ในระยะเวลาไม่นาน วัฒนธรรมการมีพริตตี้ มาคอยเชิญชวนให้ชมสินค้าและอธิบายรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสินค้านั้นๆ จึงแพร่ขยายความนิยมไปทั่วโลก ไม่เว้นในประเทศไทย ซึ่งนานวัน พริตตี้ ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแวดวงยานยนต์อีกต่อไปแล้ว แต่ยังขยายฐานความนิยมไปยังสินค้าอื่นๆ ด้วย
      
ซึ่งแม้ในระยะแรก พริตตี้มักจะจำกัดวงเฉพาะสินค้าที่มีผู้ชายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก แต่ ณ ปัจจุบัน พริตตี้ก็ขยายความนิยมไปยังสินค้าหลากหลายที่เหมาะกับคนทุกเพศ ไม่ว่าอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องออกกำลังกาย ยาลดน้ำหนัก อาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว หรือแม้แต่นมพร่องมันเนย
      
แต่ไม่ว่าอย่างไร พริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ ก็ยังถือว่าทรงอิทธิพล เรียกความสนใจจากคนทั่วไปได้มากกว่าพริตตี้ของสินค้าประเภทอื่นๆ เพราะนอกจากเป็นต้นกำเนิดของการก่อร่างสร้างอาชีพ 'พริตตี้' ในเมืองไทยนับแต่เมื่อ 25 ปีก่อน หลังได้รับแรงส่งมาจากญี่ปุ่นแล้ว มหกรรมมอเตอร์โชว์ก็ยังคงสืบต่อวัฒนธรรมพริตตี้มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเฟ้นหาสาวงามที่มีบุคลิกดี มาดมั่น มาคอยยืนเรียกความสนใจและให้บริการข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์แต่ละคัน
      
            ทั้งมีการจัดประกวดมิสมอเตอร์โชว์ ที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ทำให้กลายเป็นบันไดอีกขั้นในการก้าวสู่แวดวงบันเทิง เพราะตำแหน่งดังกล่าว รับประกันดีกรีความสวยที่ไม่น้อยหน้าไปกว่านางงามเวทีใดๆ สมดังอาชีพ 'พริตตี้' ของพวกเธอที่แปลตรงตามคำศัพท์ 'Pretty' ว่า 'น่ารัก' ในสายตาของใครต่อใคร

            http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9570000143894

ที่มาข้อมูล : Auto Forums Community , วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คำเตือนด้วยความหวังดีจาก Alan Petervich :

       ภาพคนสวยมากมายที่นำมาให้ชมนั้นเป็นภาพของสาวน้อยที่ทำหน้าที่ช่วยงานโฆษณายานยนต์ต่างๆ  แต่ที่เน้นกันก็คือ  ทุกนางสาวจะมีลายลักษณ์สวยๆจากการสักยันต์   ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการเพิ่มความสวยสง่าแก่เจ้าของยันต์ที่สักบนร่างกายของเธอ  แต่มีอีกมากที่เป็นห่วงเป็นใยพวกเธอเหล่านั้น  เพราะพวกเธอเข้าใจเพียงว่า ยันต์เหล่านั้นที่อาจารย์(หนู หรือ อาจารย์เขียว  หรือเปล่าไม่ทราบได้ ? ) ผู้เชียวชาญเรื่องยันต์แนะนำและสักให้นั้น  มีความหมายหรือวัตถุประสงค์อะไร  เธอทราบหรือไม่ หรือเพียงเอาสวยเป็นพอ  ใครจะว่าอย่างไรไม่สนใจ  นั่นคืออันตรายของพวกพริตตี้ที่น่าจะขาดความรู้และความรอบคอบ มากกว่ารักสวยรักงามตามอย่างดาราทั้งฝรั่งและไทยบางคน น่ากลัวครับ!

       อยากทราบว่าการสักยันต์คืออะไร  สักทำไม  และผลที่ได้รับจริงๆคืออย่างไร  หรือมีโทษเป็นผลร้ายหรือไม่  ได้โปรดติดตามเว็บไซต์ชมรมคนโสดคาทอลิก  หรือ thaicatholicsingles.com  ครับ.

        Credit  :  ASTV  ผู้จัดการออนไลน์
6  General Category / คาทอลิกไทยเฝ้าระวัง / สักยันต์ : เครื่องหมายเลือดของลัทธิบูชาซาตาน เมื่อ: ธันวาคม 15, 2014, 06:51:22 PM
 ยิ้ม
                                                                    สักยันต์ :  เครื่องหมายเลือดของลัทธิบูชาซาตาน
                                                                      TATTOO: The Mark of Blood of Satanism

http://www.av1611.org/tattoos/blood.html
Terry Watkins
Alan Petervich  Update 15 December 2014

      One of the oldest and most common satanic practices is cutting of the flesh or blood-letting. The term "blood-letting" originates from the word "let" – "to allow to pass, go or come"; hence "blood-letting" literally means to allow the blood to come, or pass.
 หนึ่งในการปฏิบัติบูชาซาตานที่รู้กันและเก่าแก่ที่สุด คือการเชือนเนื้อหรือปล่อยให้เลือดไหล  คำว่า “ปล่อยให้เลือดไหล” เกิดจากคำ “ ปล่อย” – “ ปล่อยให้ผ่าน, ไปหรือ มา”  ตรงนี้ “ปล่อยเลือดไหล” ตามตัวอักษร หมายความว่า อนุญาตให้เลือดออกมา หรือ ไหลผ่านไป.

Throughout history the cutting of the flesh and blood-letting are rituals performed to unleash demonic and supernatural powers. Because the "life of the flesh is in the blood" [Leviticus 17:11], the blood is highly valued in the occult as the "power source". And by releasing or letting the blood or the "power source" – supernatural power is unleashed.
ตลอดประวัติศาสตร์ การเชือนเนื้อและปล่อยเลือดไหล เป็นจารีตพิธีที่ปฏิบัติเพื่อปล่อยพลังอำนาจเหนือธรรมชาติของปีศาจ  เพราะว่า “ชีวิตของเนื้ออยู่ในเลือด” [เลวีนิติ 17:11]เลือดมีคุณค่าสูงมากในศาสตร์ลึกลับประหนึ่ง” แหล่งพลัง”   และ ด้วยการปล่อยหรือให้เลือดไหล หรือ “แหล่งพลัง” – พลังเหนือธรรมชาติ ก็ถูกปล่อยออกมา”

The Dictionary of Cults, Sects, Religions and the Occult, writes of the power of the blood and it’s connection to Satanism and the occult.
พจนานุกรมของลัทธิ  นิกาย  ศาสนาและศาสตร์ลึกลับเขียนถึงพลังอำนาจของเลือดและความเกี่ยวข้องของมันกับลัทธิบูชาซาตานและศาสตร์ลึกลับ

"BLOOD (occult; Satanism). The vitalizing or life-giving agent used in the sacrament of the BLACK MASS. Blood is believed to provide power and life and therefore plays a central part in ritualistic sacrifices."
“ เลือด ( ศาสตร์ลึกลับ ; ลัทธิบูชาซาตาน )  สิ่งแสดงความมีชีวิตชีวาหรือให้ชีวิตถูกใช้ในพิธีศีลของมิสซาดำ   เลือดเชื่อกันว่าจะให้พลังและชีวิต  ดังนั้นก็มีบทบาทเป็นศูนย์กลางที่รวมทุกสิ่งในจารีตพิธีบูชายัญเหล่านั้น
(George A. Mather and Larry A. Nichols, Dictionary of Cults, Sects, Religions and the Occult, p.40)


The Encyclopedia of Witches and Witchcraft, says of the blood-letting ritual, "Blood that is let is believed to unleash power". By the way, some modern tattoo artists perform rituals during their tattoo procedure in order to unleash supernatural power. Some even lick the flowing blood bubbling from the tattoo.
สารานุกรมว่าด้วยแม่มดและศาสตร์ของแม่มด  กล่าวถึงพิธีกรรมปล่อยให้เลือดไหล “ เลือดที่ปล่อยให้ไหลเชื่อว่าปล่อยพลังออกมา “  นั่นแหละ  ศิลปินสักยันต์สมัยใหม่บางคนจะทำพิธีกรรมระหว่างกระบวนการสักของเขา  เพื่อจะปล่อยพลังเหนือธรรมชาติ   บางคนถึงกับเลียฟองเลือดที่กำลังไหลออกมาจากยันต์ที่สักนั้น.

"blood: Called the "river of life", blood is identified with the soul and is the vehicle that carries the vital energy of the universe through the body. In magic, blood is revered and feared for the miraculous power it possesses and confers. Blood that is let is believed to unleash power."
“ เลือด: ได้ชื่อว่า “แม่น้ำแห่งชีวิต “  เลือดนั้นเทียบได้กับวิญญาณ และเป็นพาหะที่นำพลังชีวิตของจักรวาลแผ่ไปทั่วร่างกาย  ในมายากล  เลือดได้รับการคารวะและยำเกรงสำหรับพลังอำนาจน่าอัศจรรย์ที่เลือดมีและมอบให้ได้  เลือดที่ถูกปล่อยออกมาเชื่อกันว่าคือการปล่อยพลังงาน “
(Guiley, Rosemary Ellen, The Encyclopedia of Witches and Witchcraft 
สารานุกรมว่าด้วยแม่มดและวิชาแม่มด , second edition  พิมพ์ครั้งที่สอง , p. 26)

The Word of God in 1 Kings 18 gives a detailed and perverse example of blood-letting by Satanists (aka prophets of Baal) attempting to unleash supernatural power and ignite the fire for the sacrifice.
คำของพระเจ้าใน 1 พงศ์กษัตริย์ 18 ให้ตัวอย่างที่เป็นรายละเอียดและวิปลาสของการปล่อยให้เลือดไหลของพวกบูชาซาตาน  (  คือประกาศกของพระบาอัล )  ที่พยายามปล่อยอำนาจเหนือธรรมชาติ และจุดไฟเผาเครื่องบูชา

25 And Elijah said unto the prophets of Baal, Choose you one bullock for yourselves, and dress it first; for ye are many; and call on the name of your gods, but put no fire under.
26 And they took the bullock which was given them, and they dressed it, and called on the name of Baal from morning even until noon, saying, O Baal, hear us. But there was no voice, nor any that answered. And they leaped upon the altar which was made.
27 And it came to pass at noon, that Elijah mocked them, and said, Cry aloud: for he is a god; either he is talking, or he is pursuing, or he is in a journey, or peradventure he sleepeth, and must be awaked.
28 And they cried aloud, and cut themselves after their manner with knives and lancets, till the blood gushed out upon them.

25  เอลียาห์พูดกับประกาศกของพระบาอัลว่า “ จงเลือกโคตัวหนึ่งและจัดเตรียมก่อน  เพราะท่านมีหลายคนด้วยกัน  จงเรียกพระนามพระเจ้าของท่าน แต่อย่าจุดไฟ
26  เขานำโคมาจัดเตรียม แล้วเรียกพระนามพระบาอัลตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงวันว่า  “ข้าแต่พระบาอัล  โปรดตอบข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย”  แต่ไม่มีเสียง  ไม่มีคำตอบ  เขาเต้นไปรอบๆแท่นที่เขาสร้างขึ้น
27  ถึงเวลาเที่ยง  เอลียาห์ก็เยาะเย้ยพวกเขาว่า “ร้อง ให้ดังกว่านี้ซิ  เพราะพระบาอัลทรงเป็นพระเจ้า  บางทีพระองค์กำลังมีกังวล  กำลังทรงติดธุระ หรือกำลังเสด็จประพาส  ถ้ากำลังบรรทมอยู่  ก็จงปลุกให้ทรงตื่น
28  เขาเหล่านั้นจึงร้องตะโกนเสียงดังยิ่งขึ้น  พลางใช้ดาบและหอกเชือดตัวตามพิธีของตน  จนกระทั่งเลือดไหล 

Notice how 1 Kings 18:28 describes this devil-worshipping, self-mutilation, blood-release act – ". . . after their manner. ." In other words, this "blood-letting" was common practice among the prophets of the devil. Blood-letting was a familiar ritual among the prophets of Baal.
It’s also evident from other scriptures that cutting of the flesh or blood-letting was common practice among the pagan, wicked nations.
จงสังเกตว่า  1 พงษ์กษัตริย์ 18:28  บรรยายถึงปฏิบัติการสักการะบูชาซาตาน  การเชือดเนื้อตัวเอง   การปล่อยให้เลือดไหล “ ...หลังการกระทำของพวกเขา...”  พูดอีกอย่าง  “ การปล่อยให้เลือดไหล” นี้ เป็นการปฏิบัติปกติทั่วไปในท่ามกลางพวกประกาศกของปีศาจ  การปล่อยให้เลือดไหลเป็นพิธีกรรมที่คุ้นเคยกันในพวกประกาศกของพระบาอัล

In Leviticus 21:5 and Deuteronomy 14:1, the Lord condemns such demonic practices.
5 They shall not make baldness upon their head, neither shall they shave off the corner of their beard, nor make any cuttings in their flesh.
6 They shall be holy unto their God, and not profane the name of their God: for the offerings of the LORD made by fire, and the bread of their God, they do offer: therefore they shall be holy.

ใน  เลวีนิติ 21:5 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 14:1   พระเป็นเจ้าทรงประณามการกระทำแบบปีศาจเช่นนั้น
5 บรรดาสมณะจะต้องไม่โกนศีรษะ ไม่ขลิบหนวดเคราหรือกรีดร่างกาย
6 เขาจะต้องเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระเจ้าของตน  และไม่ลบหลู่พระนามของพระเจ้าของตน เพราะเขามีหน้าที่ถวายเครื่องเผาบูชาแด่พระยาห์เวห์  และถวายบูชาแด่พระเจ้าของตน  เขาจึงต้องเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ มีมลทินไม่ได้ “
(Leviticus – เลวีนิติ 21:5-6)

Ye are the children of the LORD your God: ye shall not cut yourselves, nor make any baldness between your eyes for the dead.
ท่านทั้งหลายเป็นบุตรของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน  ดังนั้น ท่านจะต้องไม่กรีดเนื้อตัวหรือโกนศีรษะด้านหน้าเป็นการไว้ทุกข์ให้ผู้ตาย
(Deuteronomy – เฉลยธรรมบัญญัติ 14:1)




 
7  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / ศรีรัศมิ์ อดีตพระชายาองค์ที่ 3 ของสมเด็จพระบรมฯ เมื่อ: ธันวาคม 15, 2014, 12:35:21 AM
 ยิ้ม
                                                                     ศรีรัศมิ์ อดีตพระชายาองค์ที่ 3 ของสมเด็จพระบรมฯ

Thai E-News
วันอังคาร, ธันวาคม 09, 2557

       พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เริ่มเข้าถวายการรับใช้ในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 โดยรับผิดชอบหน้าที่การงานในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์ นอกจากนี้ ยังได้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในด้านศิลปาชีพ และได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ต่อมาเข้ารับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น "หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา" เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544[13] โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงกล่าวว่า
 
เราอยากจะสร้างครอบครัวขึ้นมาให้ดี หม่อมมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน ดูแลข้าราชบริพาร รวมทั้งถวายงานสมเด็จฯ (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) เราใช้ชีวิตกันแบบสบาย ๆ ไม่มีอะไร...เราอายุ 50 ปีแล้ว ไม่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากได้ครอบครัวที่ดี ที่คนพอใจเป็นประโยชน์ คบได้ ไม่ใช่เป็นการเอาอะไรมาใส่ประชาชน แต่ขอให้ประชาชนยอมรับว่าคนนี้ใช้ได้ ถ้าเป็นหม่อมในพระบรมฯ ทุกคนก็ต้องกราบไหว้ มันก็พัง
— สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, 23 มกราคม 2545[14][15]

พระบิดาและพระมารดาของพระองค์รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวได้รับพระราชทานนามสกุลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมารว่า "อัครพงศ์ปรีชา"[8] เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2545[16] หม่อมศรีรัศมิ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายใน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 และได้ประสูติกาลพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชโอรส เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2548[17] การนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร [18]

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงขอให้รัฐบาลริบนามสกุลพระราชทานของพระวรชายา ก่อนหน้านั้น มีการกวาดล้างญาติใกล้ชิดของพระองค์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อราษฎร์บังห
8  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / 12 ปี'อัครพงศ์ปรีชา'ชื่อสกุลพระราชทานยกเลิก-กลับใช้'สุวะดี' เมื่อ: ธันวาคม 14, 2014, 08:14:15 AM
 ยิ้ม
                                                               12 ปี'อัครพงศ์ปรีชา'ชื่อสกุลพระราชทานยกเลิก-กลับใช้'สุวะดี'

มติชนสุดสัปดาห์
5-11 ธันวาคม 2557

       คดีเครือข่ายการกระทำความผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ยกระดับความตื่นเต้นเร้าใจขึ้นทุกขณะ

เนื่องจากไม่เพียงเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจบ่อนพนันและธุรกิจน้ำมันเถื่อนในภาคใต้

หลังการจับกุมมีการเข้าตรวจค้นบ้านพักกว่า10 แห่ง ตรวจยึดทรัพย์สมบัติของมีค่าที่ได้จากการกระทำความผิดจำนวนนับหมื่นๆ ชิ้น มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

มีบุคคลทั้งตำรวจหลายระดับและพลเรือน ถูกออกหมายจับและเข้ามอบตัวแล้วเกือบ 30 คน นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนเป็นต้นมา วันที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พรรคพวก รวม 10 คน ผู้ต้องหาชุดแรก

ในจำนวนผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ นอกจากคนดังอย่าง นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน และ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ หรือเสี่ยนิค นักธุรกิจหนุ่ม มหาเศรษฐีอันดับที่ 31 ของไทย จากการครอบครองทรัพย์สินกว่า 26,000 ล้านบาท

ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือการที่มีคนนามสกุลดัง "อัครพงศ์ปรีชา" ตกเป็นผู้ต้องหา มีประวัติและพฤติการณ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายผิดกฎหมายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ด้วยถึง 3 คน ประกอบด้วย นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา, นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา และ นายสุทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา ชื่อคนทั้งสาม ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน

โดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก ว่า สามารถขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก 5 ราย 3 ใน 5 รายคือ นายณัฐพล, นายณรงค์ และนายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา อีก 2 คน นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ กับ นายชากานต์ ภาคภูมิ

ต่อมามีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาร่วมทีมอีก 5 คน ได้แก่ นายชลัช โพธิราช, นายณัฐนันท์ ทานะเวช, นายวิทยา เทศขุนทศ, ส.อ.ณธกร ยาศรี และ ส.อ.ธีรพงศ์ ช่อจำปี

สำหรับความสัมพันธ์ของ 3 อัครพงศ์ปรีชา กลุ่มที่ตกเป็นผู้ต้องหานั้น นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา เป็นพี่ชาย นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา ส่วน นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา เป็นลูกชาย นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล 1 ในผู้ต้องหาชุดแรกซึ่งถูกจับกุม นางสุดาทิพย์ มีนามสกุลเดิมว่า "อัครพงศ์ปรีชา" เช่นกัน เพราะเป็นพี่สาวของนายณรงค์ และ นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา ทั้งหมดเป็นเครือญาติใกล้ชิด พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์

หลังมีชื่อตกเป็นข่าวข้ามวัน วันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 3 ทุ่มเศษ เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมด้วยตำรวจหน่วยอรินทราชได้คุมตัว นายณัฐพล, นายณรงค์ และนายสิทธิศักดิ์ จากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ที่ บช.น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวทั้งหมดไปขออำนาจศาลฝากขังวันที่ 28 พฤศจิกายน

ความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง, กรรโชกทรัพย์ ทวงหนี้เพื่อหาประโยชน์โดยมิชอบ, กระทำการข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธและทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือเสรีภาพ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด โดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ, ร่วมกันมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, 309 วรรคสอง 310, 317 และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

สำหรับพฤติการณ์นายณัฐพล นายณรงค์ และพวก ได้ร่วมกัน "อุ้ม" ผู้เสียหายจากบ้านพักไปกักขัง ใช้อาวุธปืนขู่บังคับ พร้อมกับอ้างตัวเป็น "พระญาติ" บังคับเจรจาปัญหาหนี้สิน จนกลายเป็นคดีความค้างอยู่ที่ สน.พระโขนง ตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

ท่ามกลางปฏิบัติการทลายล้างเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ วันที่ 24 พฤศจิกายน ศาลจังหวัดพระโขนงจึงอนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว

หลังพิจารณาคำร้องขอฝากขังศาลอนุญาต โดยไม่มีญาติผู้ต้องหารายใดยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

นอกจากคดีในความรับผิดชอบสน.พระโขนง กลุ่มผู้ต้องหายังก่อพฤติการณ์คล้ายคลึงกันในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร

ด้วยการพยายามอุ้มตัวไปเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายให้ "ลดหนี้" ที่ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ หรือเสี่ยนิค กู้ยืมไปกว่า 120 ล้านบาท ลดเหลือ 20 ล้านบาท

มีการนัดไปเจรจาประนอมหนี้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง (อัญญาเพลส เรสเตอรองต์) ย่านพุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการ "แอบอ้าง" เบื้องสูงและพยายามอุ้มผู้เสียหายอีกครั้ง กระทั่งมีการเข้าแจ้งความในเวลาต่อมามีประเด็นน่าสนใจตรงที่ พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร ให้ข้อมูลว่า

การที่กลุ่มผู้ต้องหานัดหมายผู้เสียหายมายังร้านอัญญาเพลส เรสเตอรองต์ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เนื่องจากอยู่ใกล้กับ "สถานที่สำคัญ" เจตนาเพื่อต้องการแสดงตัวให้ผู้เสียหายรู้ว่าตัวเองเป็นใครระหว่างที่คดีดำเนินไปอย่างเข้มข้น

ได้ปรากฏเอกสารของหน่วยราชการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร คำสั่งหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่ 656/2557 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน

เรื่อง ให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรและถอดออกจากว่าที่ยศ

ให้ปลดว่าที่ พ.ต.ณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา หมายเลขประจำตัว 146240079 ผช.นายทหารธุรการ กองบังคับการ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ออกจากราชการ โดยไม่มีเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ เป็นพ้นราชการทหารประเภทที่ 2 และถอดออกจากว่าที่ยศทหาร เนื่องจากกระทำความผิดวินัยทหาร ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ผิดกฎหมายบ้านเมือง

ขณะเดียวกัน ยังมีคำสั่งหน่วยราชการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร คำสั่งหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่ 657/2557 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน

เรื่อง ให้ปลดนายทหารประทวน และถอดออกจากยศทหาร

ให้ปลด จ.ส.อ.สิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา หมายเลขประจำตัว 1467600050 เสมียนกองบังคับการ สำนักงานฝ่ายเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ออกจากราชการ โดยไม่มีเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ คงเป็นนายสิบกองหนุน ประเภทที่ 1 ชั้นที่ 1 สังกัด จทบ.ก.ท. และถอดออกจากยศทหารเนื่องจากกระทำผิดวินัยทหาร ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ผิดกฎหมายบ้านเมือง

ถัดจากนั้น 4 วัน ได้มีเอกสารหน่วยราชการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำนักงานราชเลขาธิการในพระองค์ฯ พระที่นั่งอัมพรสถาน ลงนามโดย พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน

เรื่อง ยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน "อัครพงศ์ปรีชา"

ความว่า ด้วยกองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขอยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน "อัครพงศ์ปรีชา" โดยให้ผู้ที่ใช้ชื่อสกุลพระราชทานนี้ในปัจจุบันกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม

จากนั้น รุ่งขึ้นวันที่ 29 พฤศจิกายน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการจัดทำทะเบียนราษฎรของผู้เกี่ยวข้องที่ใช้ชื่อสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" ทั้งหมดเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม คือ "สุวะดี" เป็นที่เรียบร้อย

รายงานข่าวเปิดเผยตามมาว่า เดิมผู้ใช้ชื่อสกุล "สุวะดี" ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" ซึ่งเป็นชื่อสกุลพระราชทาน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 ก่อนมีเหตุให้ต้องเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม คือ "สุวะดี" เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ปิดตำนานชื่อสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" อย่างถาวร
9  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / เปิดเอกสารบัตรประชาชน น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี ไม่มีชื่อท่านผู้หญิงบุษบา เมื่อ: ธันวาคม 14, 2014, 07:59:03 AM
 ยิ้ม
                                                          เปิดเอกสารบัตรประชาชน น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี ไม่มีชื่อท่านผู้หญิงบุษบา

วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 02:12 น. 
ข่าวสดออนไลน์

       เปิดเอกสารบัตรประชาชน น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี ไม่มีชื่อท่านผู้หญิงบุษบา

 เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว

 พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ได้กลับคืนสู่สถานะสามัญชนธรรมดาซึ่งในวันที่11 ธ.ค.นั้น ได้เดินทางไปทำบัตรประชาชนที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่ง โดยระบุสถานะในกองทะเบียนบัตรประชาชนว่า "น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี" เกิดวันที่ 9 ธ.ค. 2514 อายุ 43 ปี สัญชาติไทย พร้อมกับแจ้งย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่ในตำบลวัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี โดยเป็นเจ้าบ้าน

 จึงเป็นอันแน่ชัดว่า บัดนี้ได้เป็นสามัญชนธรรมดาแล้ว โดยใช้คำนำหน้านามว่า "นางสาว" ส่วนที่มีข่าวว่ามีสถานะเป็นท่านผู้หญิง หรือคุณหญิงนั้นไม่เป็นความจริง และยังคงใช้ชื่อว่า "ศรีรัศมิ์" มิได้ใช้ชื่อว่า "บุษบา" ตามที่มีกระแสข่าวลือแต่อย่างใด

 มีรายงานข่าวด้วยว่า หลังจากกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แล้ว จะมีผลต่อเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ โดยจะถูกเรียกคืนทั้งหมด และยังได้ออกจากวังศุโขทัย สถานที่ที่เคยพำนักขณะดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นพระวรชายา เมื่อกลายเป็นสามัญชนปกติ จึงต้องย้ายไปพำนักที่บ้านในอ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา

          Credit  :  ข่าวสด  ออนไลน์
10  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / Sainsbury's Christmas - The story behind our Christmas ad เมื่อ: ธันวาคม 13, 2014, 06:42:20 PM
 ยิ้ม
                                                          Sainsbury's Christmas - The story behind our Christmas ad
                                                       คริสตมาสของเซนส์เบอรี --  เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณาคริสตมาสของเรา

                                                         https://www.youtube.com/watch?v=2s1YvnfcFVs

       Published on Nov 12, 2014

Although the events we show in our ad are fictional, we’ve tried to make the details as accurate as possible. Everything from the insignia on the men's uniform to the depth of the trenches is based on historical fact.

In this short documentary we talk to the experts who advised us, interview the grandson of a soldier who was there, and hear first-hand accounts from both sides.

We will be selling the vintage chocolate bar featured in the ad, with all profits (50p per bar) going to The Royal British Legion.
You can buy the bar in your local Sainsbury’s until Christmas, while stocks last. Subject to availability. Excludes online.

We’d like to thank Andrew Hamilton, Taff Gillingham of The Khaki Chums, Andrew Cleaver of christmastruce.co.uk, The Imperial War Museum for the use of their public archives and The Royal British Legion for their guidance, insight and support.

See all the sources and references we have used
http://inspiration.sainsburys-live-we...

Watch our Christmas ad
http://youtu.be/NWF2JBb1bvM

Watch the making of our Christmas ad
http://youtu.be/Jx3pQWbysmM

To find out more about the ad: www.inspiration.sainsburys-live-well-for­-less.co.uk/about-our-christmas-tv-ad/

The Royal British Legion. Registered Charity No. 219279
11  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / สมเด็จพระบรมฯทรงแต่งตั้ง"ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี" เมื่อ: ธันวาคม 13, 2014, 10:26:51 AM
 ยิ้ม
                                                                      สมเด็จพระบรมฯทรงแต่งตั้ง"ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี"

 ASTVผู้จัดการออนไลน์   
13 ธันวาคม 2557 09:55 น.

         หลัง "หม่อมศรีรัศมิ์" ลาออกจากฐานันดรศักดิ์ "สมเด็จพระบรมฯ" ทรงพระเมตตาสูงสุด แต่งตั้งเป็น "ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี" และจะกลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ณ บ้านเกิด โดยศึกษาธรรมะและปฎิบัติธรรม
      
       รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว ซึ่งเป็นไปตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เผยแพร่ประกาศเล่ม 131 ตอนที่ 29 ข ซึ่งความทราบฝ่าละอองพระบาท และพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วนั้น
      
       มีรายงานข่าวว่า หลังจากอดีตพระวรชายาลาออกจากฐานันดรศักดิ์ และหย่าขาดจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2557 โดยมีองคมนตรีเป็นพยานแล้ว สมเด็จพระบรมฯทรงพระเมตตาสูงสุด โดยทรงแต่งตั้งเป็น "ท่านผู้หญิง" โดยใช้ชื่อใหม่-นามสกุลใหม่ว่า "ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี"
      
       ทั้งนี้หลังจากถวายบังคมลา และคืนพระอิสริยยศ ท่านผู้หญิงบุษบา เดินทางกลับไปใช้ชีวิตที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะมุ่งศึกษาธรรมะและปฎิบัติธรรม ส่วนพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงตามเสด็จฯสมเด็จพระบรมฯไปศึกษาต่อยังประเทศเยอรมนีแล้ว เมื่อคืนวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา

พลตรีหญิงท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี นามใหม่ "พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์"

ASTVผู้จัดการออนไลน์
13 ธันวาคม 2557 10:43 น.

        หลังจากที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เผยแพร่ประกาศเล่ม 131 ตอนที่ 29 ตามความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ทรงหย่าจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2557 โดยมีองคมนตรีเป็นพยานในการหย่าครั้งนี้ โดยหม่อมกราบพระบาทแล้วขอทูลลา และไม่ขอรับใดๆ ทั้งสิ้นขออย่างเดียวถวาย "พระองค์ที" แก่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งแสดงถึงความคงไว้ซึ่งพระเกียรติยศในความเป็น "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ"
       
       นอกจากนี้สมเด็จพระบรมโอราสาธิราชฯ ทรงมีพระเมตตาต่อหม่อมโดยพระราชทานเงิน 1 ก้อน พร้อมให้เกียรติแห่งฐานันดรศักดิ์แต่งตั้งเป็นท่านผู้หญิง เนื่องจากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายใน เมื่อกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้วจึงมีคำนำหน้าชื่อว่า "ท่านผู้หญิง"โดยใช้ชื่อใหม่นามสกุลใหม่ว่า พลตรีหญิงท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี และจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิด โดยศึกษาธรรมและปฎิบัติธรรม ส่วนพระองค์ที ได้ตามเสด็จฯสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ และในช่วงข่าวพระราชสำนักจะงดขึ้นภาพของหม่อมโดยถือว่าปัจจุบันหม่อมได้สละความเป็นพระราชวงศ์เป็นการเรียบร้อยแล้ว

              Credit  :   ASTV  News 1
12  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ เมื่อ: ธันวาคม 13, 2014, 09:27:46 AM
 รูดซิบปาก
                                                             พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

                                              มีบรมราชานุญาตให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

เรื่องโดย ราชกิจจานุเบกษา | ภาพโดย ราชกิจจานุเบกษา
วันที่ 13 ธันวาคม 2557 03:24 น.184,472 views

                                              http://www.nationtv.tv/main/content/social/378436354/

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีบรมราชานุญาตให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ...

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

          มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต

ประกาศ ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

          ที่มาเรื่อง ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวหน้า 1 14 ธ.ค. 2557 02:48

ทําบัตรประชาชนใหม่เขตดุสิต ใช้ที่อยู่เดิมอ.วัดเพลงจ.ราชบุรี พระราชทาน200ล.ให้ดํารงชีพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเงิน 200,000,000 บาท ให้ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ใช้ในการดำรงชีพ และดูแลครอบครัวต่อไป ตามที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร นำความขึ้นกราบบังคมทูล ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลฯเผยแพร่ภาพที่ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เดินทางไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเขตดุสิต ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยใช้ชื่อในบัตรประชาชนว่า “น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี”

ตามที่ราชกิจจานุเบกษาฉบับทะเบียนฐานันดรฯ เล่ม 131 ตอนที่ 29 ข (12 ธันวาคม พ.ศ.2557) เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศเรื่องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบ ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต ประกาศ ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. มีหนังสือจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ลงวันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 ถึงประธานกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยาม มกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต และสมเด็จพระบรม โอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎ ราชกุมาร ขอพระราชทานเงินจำนวน 200,000,000 บาท (สองร้อยล้านบาทถ้วน) เพื่อพระราชทานให้ใช้ในการดำรงชีพและดูแลครอบครัวต่อไป นั้นอนุญาต โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


13  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / Top 30 Songs Christmas 2014 And Happy New Year 2015 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2014, 09:48:58 AM
 ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม ฮืม เจ๋ง เจ๋ง
                                                                Top 30 Songs Christmas 2014 And Happy New Year 2015
                                                                         เพลงคริสตมาส  2014  และ  สวัสดีปีใหม่  2015


                                                        เรา ผู้บริหารชมรมคนโสดคาทอลิก และเว็บไซต์  thaicatholicsingles.com

                                                                  ขอส่งความสุขและพระพรจากพระกุมาร มายังสมาชิกทุกท่าน

                                                                   รวมทั้งท่านผู้เข้าร่วมศึกษาข้อมูลจากพวกเรา

                                                                        และขอสวัสดีปีใหม่  Happy New Year  2015

                                                   ขอส่งเสียงไพเราะห์จากเพลงยอดนิยม เนื่องในเทศกาลคริสตมาส ต่อไปนี้นะครับ
                                             

                                                                 https://www.youtube.com/watch?v=bTUeoFXwnYo
14  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / Re: ที่เรียกกันว่าดาวแห่งเบ็ทเลแฮมคืออะไร? เมื่อ: ธันวาคม 11, 2014, 12:06:32 AM
 ยิ้มกว้างๆ ฮืม เจ๋ง

       Such light is a common feature when angels appear. At a distance, they appear as points of light like stars. Closer up, they may appear as described in 2 Kings 2:11 and 6:17, as horses and chariots of fire. Or they may be described as in Matthew 2, or simply as men, as celestial beings, or even as in the detailed report of Ezekiel 1 and 10. They are also referred to as the "heavenly host" or the "host of heaven." Today, you more commonly find reference to them in other ways. These are of a kind; heaven's vehicles, the chariots of the gods, UFOs, aliens, flying saucers or angelic craft. These supernatural beings are one of only two kinds; either those of the sovereign God and His servants or those of His enemies, allied with the fallen angel Satan.

แสงเช่นนั้นเป็นภาพธรรมดาเมื่อเทวดา(ทูตสวรรค์)ปรากฏร่าง   ที่ระยะไกล  บรรดาเทวดาเหล่านั้นจะปรากฏเป็นจุดของแสงเหมือนดาว  ถ้าใกล้เข้าไปหน่อย  เทวดาเหล่านั้นก็จะปรากฎดังบรรยายใน 2 พงษ์กษัตริย์ 2:11 และ 6:17  เหมือนม้าศึกเทียมรถศึกไฟโชติช่วง  หรือ พวกเทวดาเหล่านั้นอาจได้รับการพรรณนาดังในมัทธิว 2 หรือง่ายๆคือ เป็นมนุษย์  เป็นสิ่งสร้างจากสวรรค์  หรือ แม้มีรายงานแบบละเอียดลออเช่นของเอเซเกียล 1 และ 10    เทวดาเหล่านั้นยังได้รับการอ้างอิงประหนึ่ง “ผู้ต้อนรับแบบสวรรค์ “  หรือ “ผู้ต้อนรับของสวรรค์ “   ทุกวันนี้  คุณจะพบการอ้างอิงเทวดาปกติธรรมดาในแบบอื่นๆอีกมาก   เหล่านี้ก็มีการอ้างอิงชนิดหนึ่ง คือ ยานพาหะของสวรรค์  รถศึกของพระเป็นเจ้า ยูเอฟโอ  มนุษย์ต่างดาว  จานบิน หรือ ยานเทพ  สิ่งสร้างเหนือธรรมชาติเหล่านี้เป็นหนึ่งในสองสิ่งเท่านั้น  ไม่เป็นกลุ่มผู้รับใช้พระเป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพและข้ารับใช้ของพระองค์  ก็เป็นพวกศัตรูของพระองค์  เป็นพันธมิตรกับซาตานเทวดาตกสวรรค์นั่นเอง.

In closing. I pray your eyes are open to see the reality of the supernatural beings as they manifest themselves in this natural realm today. For yet a brief season you can dismiss the reality of their appearance as I present it from the biblical record, and, you can deny their presence and interaction in this natural realm. Let me leave you with these words as a warning. The day is almost upon us when the cost of denial will be paid. In that day, if you haven't already sought the truth about these matters and found it, you'll find yourself paying the price for allowing yourself to be deceived! I love you and so I warn you now. If you see as I do, spread the Word, friend!

ในการจบเรื่อง  ฉันขอให้ตาของท่านเปิดที่จะเห็นความเป็นจริงของสิ่งสร้างเหนือธรรมชาติ เช่นที่แสดงตัวพวกเขาเองในขอบเขตธรรมชาติทุกวันนี้  สำหรับช่วงสั้นๆคุณสามารถให้เลิกความเป็นจริงของการปรากฎร่างของพวกเขา เหมือนดังที่ฉันนำเสนอมาจากบันทึกทางพระคัมภีร์ และ คุณสามารถปฏิเสธการปรากฏตัวของพวกเขาและการมีผลกระทบกระทั่งซึ่งกันและกันในความเป็นจริงทางธรรมชาติ  ขอให้ฉันส่งคุณด้วยคำเหล่านี้เสมือนเป็นคำเตือน  วันนั้น เกือบมาถึงเราแล้วเมื่อค่าของการปฏิเสธจะได้รับการชดใช้  ในวันนั้น  ถ้าคุณมิได้แสวงหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้และได้พบมัน  คุณจะพบตัวเองชดใช้ค่าของการปล่อยตัวคุณเองให้ถูกหลอก!  ฉันรักคุณและดังนั้นฉันเตือนคุณตอนนี้  ถ้าคุณเห็นเหมือนที่ฉันเห็น  จงเผยแพร่พระวจนารถ เพื่อนรัก!

Scriptures:  พระคัมภีร์ Here's some scriptures to consider.  ต่อไปนี้เป็นข้อความบางตอนจากพระคัมภีร์เพื่อพิจารณา

While the morning stars sang together and all the angels shouted for joy?  เมื่อดาวรุ่งพร้อมกันขับร้อง และบุตรทั้งหลายของพระเจ้าโห่ร้องด้วยความยินดี
Job  โยบ 38:7 The seven stars are the angels of the seven churches, and the seven lamp stands are the seven churches.  ดาวเจ็ดดวงหมายถึงทูตสวรรค์ของพระศาสนจักรทั้งเจ็ดแห่ง และเชิงตะเกียงทั้งเจ็ดเชิงหมายถึงพระศาสนจักรทั้งเจ็ดแห่ง
Revelation วิวรณ์ 1:20b

Then the fifth angel sounded, and I saw a star from heaven which had fallen to the earth; and the key of the bottomless pit was given to him.  ทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเป่าแตร ข้าพเจ้าเห็นดาวดวงหนึ่งตกจากท้องฟ้าลงมาบนแผ่นดิน  ทูตสวรรค์องค์นั้นได้รับกุญแจเปิดปล่องลงไปสู่บาดาล ( สำนวนที่ผู้แปลพระคัมภีร์ไทยรับรองว่าถูกต้อง! )
Revelation  วิวรณ์ F9:1 NASB

This is especially true of those who follow the corrupt desire of the sinful nature and despise authority. Bold and arrogant, these men are not afraid to slander celestial beings; 11) yet even angels, although they are stronger and more powerful, do not bring slanderous accusations against such beings in the presence of the Lord.

โดยเฉพาะผู้ที่ปล่อยตนตามราคะตัณหาตามธรรมชาติมนุษย์ และดูหมิ่นอำนาจของพระเจ้า  ผู้สอนผิดเหล่านี้ก้าวร้าว หยิ่งยะโส ไม่เกรงกลัวที่จะล่วงเกินบรรดาจิตที่ทรงสิริรุ่งโรจน์  แม้แต่ทูตสวรรค์ผู้ทรงพลังและอำนาจมากกว่า ก็ยังไม่กล่าวหาพวกเขาเฉพาะพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
2 Peter เปโตร  2:10-11

In the very same way, these dreamers pollute their own bodies, reject authority and slander celestial beings. 9) But even the archangel Michael, when he was disputing with the devil about the body of Moses, did not dare to bring a slanderous accusation against him, but said, "The Lord rebuke you!"
 คนเพ้อฝันเหล่านี้ก็เช่นเดียวกัน เขาทำให้ร่างกายของตนเป็นมลทิน  ดูหมิ่นอำนาจของพระเจ้า  กล่าวคำหยาบคายต่อบรรดาทูตสวรรค์อัครทูตสวรรค์มีคาเอล  เมื่อโต้เถียงกับปีศาจเรื่องศพของโมเสส  ยังไม่กล้าพูดดูหมิ่นปีศาจ  ท่านเพียงแต่พูดว่า  “ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกล่าวโทษเจ้าเถิด “
Jude ยูดา 1:8-9

In the book of Enoch, (referenced in Jude 1:14 - read the whole book) angelic beings are frequently referred to as stars.  ในหนังสือของเอโนค อ้างอิงในยูดา 1:14 – อ่านทั้งเล่ม )  สิ่งสร้างทูตสวรรค์ได้รับการอ้างอิงบ่อยๆว่าเป็นเช่นดาว

6) And angels who did not keep their own domain, but abandoned their proper abode, He has kept in eternal bonds under darkness for the judgment of the great day 12) These are the men who are hidden reefs in your love feasts when they feast with you without fear, caring for themselves; clouds without water, carried along by winds; autumn trees without fruit, doubly dead, uprooted; 13) wild waves of the sea, casting up their own shame like foam; wandering stars, for whom the black darkness has been reserved forever. 14) It was also about these men that Enoch, in the seventh generation from Adam, prophesied, saying, "Behold, the Lord came with many thousands of His holy ones, 15) to execute judgment upon all, and to convict all the ungodly of all their ungodly deeds which they have done in an ungodly way, and of all the harsh things which ungodly sinners have spoken against Him."

6) และทรงทำลายทูตสวรรค์ที่ไม่พอใจในอำนาจที่ตนได้รับจากพระเจ้า ละทิ้งที่อาศัยของตน  พระองค์จึงทรงจองจำไว้ด้วยพันธนาการนิรันดร  ทรงคุมขังคนเหล่านั้นไว้ในที่มืดจนถึงการพิพากษาในวันยิ่งใหญ่นั้น  12) เขาเป็นอุปสรรคเมื่อท่านทั้งหลายชุมนุมกันในงานเลี้ยงฉันพี่น้อง  เขาร่วมโต๊ะอย่างไม่อายเพียงเพื่อจะกิน  เขาเป็นเมฆไร้ฝนที่ลอยไปตามลม  เป็นต้นไม้ ในฤดูออกผลที่ไม่มีผลและถูกถอนรากจึงตายสองครั้ง  13) เป็นคลื่นทะเลบ้าคลั่งที่พ่นกิจการน่าอายของตนออกมาราวกับฟอง  เป็นดาวที่พลัดออกไปจากวงโคจรที่พระเจ้าทรงจัดความมืดทึบตลอดนิรันดรไว้  14) เอโนค ผู้เป็นอัยกาคนที่เจ็ดนับตั้งแต่อาศัยพยากรณ์ถึงคนเหล่านี้ไว้ว่า “ องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาพร้อมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์จำนวนนับหมื่น  15) เพื่อพิพากษามนุษย์ทุกคน และกล่าวโทษคนอธรรมเพราะกิจการอธรรมทั้งหลายที่เขากระทำ และเพราะถ้อยคำหยาบคายที่คนบาปไม่นับถือพระเจ้า กล่าวร้ายต่อพระองค์ “
Jude ยูดา 6,12-15

Read 1 Enoch 18 and the surrounding chapters that are well known to be those referenced by Jude for further insight.  โปรดอ่าน 1 Enoch 18 และบทอื่นๆที่รายล้อมที่รู้จักกันดี ได้รับการอ้างอิงจาก ยูดา เพื่อพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ดี  คงจะมีผู้รู้อีกหลายท่านที่ไม่เห็นด้วยในการอ้างอิงหนังสือเอโนค อ้างว่าเป็นคัมภีร์เท็จเทียม  ไม่น่าจะเชื่อถือได้ เช่นเดียวกับที่คณะผู้จัดทำพระคัมภีร์ไม่เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสือเอโนค จนต้องค้ดออก ไม่นับรวมเอาเป็นหนังสือเล่มหนึ่งของพระคัมภีร์นั่นเอง ส่วนที่ตัดสินว่าหนังสือ  The Book of Enoch มิใช่พระคัมภีร์นั้นมีเหตุผลอย่างไร  โปรดอ่านหัวข้อต่างๆที่ยกมากล่าวอ้างในการให้เหตุผลว่าทำไมจึงไม่ใช่พระคัมภีร์  ที่สำคัญก็คือ นักศึกษาด้านพระคัมภีร์นั้นอ้างว่า พระจิตเจ้าไม่ได้ดลใจพระศาสนจักรให้รวมเอาหนังสือนี้เข้าในสารบบพระคัมภีร์นั่นเอง.

Summary สรุป

I think Paul's words are very pertinent here:  ฉันคิดว่าถ้อยคำของนักบุญเปาโลตรงกับเรื่องที่กล่าวนี้ คือ:

As I urged you upon my departure for Macedonia, remain on at Ephesus so that you may instruct certain men not to teach strange doctrines, nor to pay attention to myths and endless genealogies, which give rise to mere speculation rather than furthering the administration of God which is by faith. But the goal of our instruction is love from a pure heart and a good conscience and a sincere faith. For some men, straying from these things, have turned aside to fruitless discussion, wanting to be teachers of the Law, even though they do not understand either what they are saying or the matters about which they make confident assertions.

จดหมายของนักบุญเปาโลถึงทิโมธี ( 1 ทิโมธี 1:3 – 7 )
       ขณะที่ออกเดินทางไปแคว้นมาซิโดเนีย  ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านอยู่ในเมืองเอเฟซัสต่อไป  เพื่อกำชับบางคนมิให้สอนผิด  และให้เลิกสนใจเรื่องเทพนิยายและการลำดับวงศ์ตระกูลที่ไม่รู้จบ  ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหามากกว่าที่จะช่วยให้เข้าใจแผนการที่พระเจ้าทรงแสดงให้เรารู้เพราะความเชื่อ  จุดประสงค์ที่ข้าพเจ้าแนะนำดังนี้ก็คือความรักที่มาจากใจบริสุทธิ์  นาจากมโนธรรมที่ถูกต้องและมาจากความเชื่อแท้จริง  บางคนหลงทางไปจากจุดประสงค์นี้ จึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องไร้สาระเพราะต้องการทำตนเป็นครูสอนธรรมบัญญัติ  ทั้งๆที่ไม่เข้าใจสิ่งที่พูดและสิ่งที่ตนยืนยันอย่างมั่นใจ.

His angel at work  เทวดาของพระองค์ปฏิบัติงาน

The revelation of Jesus Christ, which God gave him to show his servants what must soon take place. He made it known by sending his angel to his servant John, ต่อไปนี้เป็นการเปิดเผยของพระเยซูคริสตเจ้า  เพื่อจะได้แจ้งแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ถึงสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็วๆนี้  พระเยซูคริสตเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาพบยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่ออธิบายความหมาย.
Revelation - วิวรณ์ 1:1

Then Peter came to himself and said, "Now I know without a doubt that the Lord sent his angel and rescued me from Herod's clutches and from everything the Jewish people were anticipating."  เปโตรรู้สึกตัว พูดว่า “ บัดนี้ข้าพเจ้ารู้แน่แล้วว่า  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์เฮโรด และจากความมุ่งร้ายทั้งหลายของประชาชนชาวยิว.
Acts – กิจการ 12:11

His angel at work here too, where the stars had fought from heaven!
ทูตสวรรค์ของพระองค์ปฏิบัติงานที่นี่ด้วย  ณ ที่ซึ่งบรรดาดาวทั้งหลายได้สู้รบจากสวรรค์!

"The kings came and fought;
Then fought the kings of Canaan
At Taanach near the waters of Megiddo;
They took no plunder in silver.
20) "The stars fought from heaven,
From their courses they fought against Sisera.
21) "The torrent of Kishon swept them away,
The ancient torrent, the torrent Kishon.
O my soul, march on with strength.
22) "Then the horses' hoofs beat
From the dashing, the dashing of his valiant steeds.
23) 'Curse Meroz,' said the angel of the LORD,
'Utterly curse its inhabitants;
Because they did not come to the help of the LORD,
To the help of the LORD against the warriors.'


19 บรรดากษัตริย์มาถึงก็รบกัน  บรรดากษัตริย์ของชาวคานาอันก็ต่อสู้ ที่เมืองทาอานาค ริมหนองน้ำเมกิตโต  แต่ไม่ได้ริบเงินเป็นของเชลยแต่อย่างใด                                                 
20 ดวงดาวสู้รบจากท้องฟ้า  สู้รบกับสิเสราจากวงโคจรของมัน                                         
21 ห้วยคีโซนพัดกวาดเขาไป  ห้วยคีโซนกลายเป็นห้วยน้ำไหลแรง  วิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งเถิด                                                                               
22 เมื่อนั้นกีบม้าส่งเสียงกระทบดัง  ขณะที่ม้าห้อไป  ห้อไป                                               
23 ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์กล่าวว่า  จงสาปแช่งเมโรสเถิด   จงสาปแช่ง  จงสาปแช่งประชาชนที่อยู่ที่นั่น เพราะเขาไม่ยอมออกมาช่วยพระยาห์เวห์  ไม่ยอมเป็นนักรบมาช่วยพระยาห์เวห์

Judges –ผู้วินิจฉัย 5:19-24





15  General Category / ชมรมคนโสดคาทอลิก / มิสซาเที่ยงคืนวันพระคริสตสมภพที่วาติกัน เมื่อ: ธันวาคม 07, 2014, 08:04:28 PM
 ยิ้มกว้างๆ ฮืม เจ๋ง
                                                                         มิสซาเที่ยงคืนวันพระคริสตสมภพที่วาติกัน
                                                                         Christmas Eve Mass  in  Vatican  2013

CTV
Alan Petervich  Update  7 December 2014

                                                             

                                                JOY TO ALL WHO BELIEVE IN CHRIST OUR LORD! GOD BLESS HOLY FATHER

                                      Have a Blessed and Joyful Christmas to everyone here in Thailand and in the world!!!!!

May all of us who have been blessed with the light of faith rejoice and pray for our brothers and sisters to find the light!
Someone happily told : “I was lucky enough to be there at that Mass this past Dec.”
“ i was there once ! i will never forget the beauty and emotions put into building the vatican. the most peaceful place ive ever been to in my entire life ! if you get the chance to go to the vatican , take it ! may god bless you friend !”

ที่กำลังจะเสนอต่อไปนี้  เป็นมิสซาเที่ยงคืนวันพระคริสตสมภพ ปี 2013  ที่พระสันตะปาปาฟรังซิส เป็นองค์ประธานในพิธีมิสซาเที่ยงคืน – Christmas Eve Mass ในวิหารเซนต์ปิเตอร์  วันที่  24  ธันวาคม  2013

เรานำมาเป็นตัวอย่างให้ท่านสมาชิกและผู้สนใจทุกท่าน  ได้ชื่นชมกับพิธีมิสซาในช่วงเวลาสำคัญนี้  ซึ่งในวันคริสตมาสปี 2014 นี้ ก็คงมีพิธีมิสซาแบบเดียวกันนี้   ขอเชิญท่านชมพิธีมิสซาที่เป็นมิสซาแบบใช้ภาษาลาตินดั้งเดิม –ครับ   

 การทำมิสซาเที่ยงคืนวันพระคริสตสมภพ

การทำมิสซาเที่ยงคืนที่วาติกัน ปี 2013

        การถวายมิสซานี้เกิดขึ้นหลังจากพระสันตะปาปาจูลีอูสที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) ในปีนั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม และไปยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ เมื่อไปถึงตรงกับเวลาเที่ยงคืนพอดี พระสันตะปาปาทรงถวายบูชามิสซา ที่นั่น     เมื่อเดินทางกลับมาที่พักได้เวลาตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ยังมีสัตบุรุษหลายคนไม่ได้ร่วมขบวนไปด้วยในตอนแรก พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ในโอกาสวันคริสต์มาส

        คลิปพิธีมิสซา Christmas Eve Mass  ที่ วาติกัน  ถวายโดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ในปี  2012  ก่อนจะลาพักทำนองเกษียณอายุ   อยากจะนำเสนอท่านที่รักเพื่อเทิดเกียรติพระกุมารเจ้า  แต่ ความยาวของพิธีมิสซาทำให้เราต้องยกไปโอกาสหน้า( ถ้ามี  )  ตอนนี้คงต้องนำเสนอพิธีมิสซาเที่ยงคืนของปี  2013  ก่อน  ( มิสซาคริสต์มาส 2014 ยังไม่ถึงเวลา – วันที่ 24 – 25  ธันวาคม โน่นครับ! ) 

        ปีปัจจุบัน 2014  ผู้ถวายมิสซา  Christmas Day Mass  ในวิหารนักบุญเปโตรก็คือ พระสันตะปาปา ฟรังซิส แน่นอนครับ  แต่  ที่เราอยากนำเสนอและมีคลิปเตรียมไว้แล้ว ก็คือ  Christmas Eve Mass 2013  โปรดสังเกตุว่า  พิธีมิสซาพระคริสตสมภพนั้น  เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ พิธีมิสซาจะเริ่มเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 24 ธันวาคม  จึงเรียกมิสซานั้นว่า  Christmas Midnight Mass   แต่ถ้าพระสันตะปาปาเลือกทำมิสซาก่อนเวลา ( เพราะมิสซายาวมาก  อากาศอาจหนาวมาก หรือมิสซายาวนั้นจะยาวจนถึงเที่ยงคืน ) จะเรียกพิธีมิสซานั้นว่า  Christmas Eve Mass  -  เชิญชมเพื่อระลึกถึงการบังเกิดของพระกุมารเยซู ในเทศกาลพระคริสตสมภพได้แล้ว - ครับ.

                                                        https://www.youtube.com/watch?v=IoH_hK-ynXU


                                                                       
                                                                    Ad  Majorem  Dei  Gloriam
                                                              Semper  vigilo  paratus  et  paratus
                                                                             E  Pluribus  Unum

                                                                                Alan  Petervich


หน้า: [1] 2 3 ... 82